Bangpakok Hospital
  • A
  • A
  • A
BPK Hotline

Myofascial Pain Syndrome (อาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง)


   Myofascial Pain Syndrome (MPS)
เป็นโรคปวดกล้ามเนื้อที่เป็นอาการปวดเรื้อรัง โดยอาการปวดของโรคนี้จะเกิดขึ้นในบริเวณของศูนย์รวมความปวดของกล้ามเนื้อ หรือที่เรียกกันว่า จุดกดเจ็บ (Trigger points) มีการกระจายของอาการปวดไปตามส่วนของกล้ามเนื้อนั้นๆ ส่วนใหญ่คนทุกๆคนมักเคยมีอาการปวดกล้ามเนื้อแต่มักหายเอง แต่ผู้ป่วย MPS มักมีอาการปวดที่เป็นเรื้อรังและมีอาการปวดที่แย่ลง โดยโรค MPS มีความสัมพันธ์กับโรคที่เกี่ยวกับความปวดอื่นๆได้แก่ ไมเกรน ปวดกราม ปวดต้นคอ ปวดเอว หรือแม้แต่ปวดแขนขา เป็นต้น ปัจจุบันมีประชากรกว่าร้อยละ 30 มีปัญหาเรื่องโรคปวดเรื้อรัง โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ทำงานในสำนักงานที่ต้องนั่งทำงานและใช้คอมพิวเตอร์นานๆ
   สาเหตุที่ทำให้มีอาการปวดเรื้อรัง เกิดจากการใช้งานมัดกล้ามเนื้อเดิมๆ ซ้ำๆ เป็นเวลานานอย่างต่อเนื่องเช่น เกิดจากการนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์นาน ๆ การเล่นกีฬาโดยใช้กล้ามเนื้อเดิมซ้ำๆ ทุกวัน เมื่อใช้กล้ามเนื้อติดต่อกันเป็นเวลานาน  กล้ามเนื้อจะเกร็งตัวสะสมจนเกิดเป็นก้อนเนื้ออักเสบ ที่เรียกว่า จุดกดเจ็บ ซึ่งเจ้าก้อนเนื้อนี้เองที่เป็นตัวการทำให้เกิดโรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง ซึ่งการเกิดจุดกดเจ็บนี้เกิดจากการหดเกร็งสะสมของกล้ามเนื้อ จนเป็นก้อนเล็กๆ ขนาด 0.5 - 1 เซนติเมตร ซ่อนอยู่ในกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อ การเกิดจุดกดเจ็บ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นขาดเลือดและออกซิเจนเข้าไปเลี้ยง จนทำให้เกิดการอักเสบ ส่งผลให้เกิดอาการปวดไปที่กล้ามเนื้อบริเวณจุดกดเจ็บ และปวดร้าวไปยังบริเวณที่อยู่ใกล้เคียง

อาการและอาการแสดงมีดังนี้

  1. มีอาการปวดร้าวลึกๆ ของกล้ามเนื้อ ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย อาจปวดตลอดเวลาหรือปวดเฉพาะเวลาทำงาน
  2. ความรุนแรงของการปวด มีได้ตั้งแต่แค่เมื่อยล้าพอรำคาญ จนไปถึงปวดทรมานจนไม่สามารถขยับกล้ามกล้ามเนื้อบริเวณที่ปวดได้
  3. บางกรณีมีอาการชามือและชาขาร่วมด้วย
  4. บางรายมีอาการปวดศีรษะเรื้อรัง อาการนอนไม่หลับ
  5. มีความผิดปกติของโครงสร้างร่างกาย เช่น ผู้ที่มีกระดูกสันหลังคด ระดับไหล่สองข้างไม่เท่ากัน ขาสั้นยาวไม่เท่ากัน จึงเกิดภาวะการทำงานของกล้ามเนื้อไม่สมดุลกัน ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการปวดของกล้ามเนื้อได้

การรักษาทางกายภาพบำบัด

  • การนวด
  • การยืดกล้ามเนื้อ
  • การประคบร้อน
  • การปรับท่าทางที่เหมาะสม
  • การรักษาด้วยเครื่องกระตุ้นไฟฟ้า
  • การรักษาด้วยคลื่นเสียง (Ultrasound)
  • การแนะนำท่าการออกกำลังกายที่เหมาะสม
  • การรักษาด้วยคลื่นซ๊อตเวฟไดอะเธอมี่ (Shortwave diathermy)

ความเสี่ยงและผลข้างเคียงของการตรวจรักษา

   อาจมีการปวดระบมจากการรักษาได้ โดยอาการดังกล่าวจะหายไปใน 1 - 3 วัน

การปฏิบัติตน

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

1. ควรปรับท่าทางขณะทำงานที่ถูกต้องเหมาะสม ท่านั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ และท่าทางจับเมาส์ที่ถูกต้อง แสดงดังรูปด้านล่าง คือปรับจอภาพด้านบนสุดให้อยู่ในแนวเดียวกับระดับสายตา ไม่ควรยกไหล่ขณะพิมพ์งาน ควรใช้เก้าอี้แบบมีพนักพิงและปรับพนักพิง 100-110 องศา สะโพกและขาต้องตั้งฉาก ปรับความสูงของเก้าอี้ให้พอดี ระดับความสูงของโต๊ะต้องพอดี เท้าสองข้างวางราบกับพื้น
2. ปรับท่าการยืนที่ถูกต้อง ดังรูปด้านล่าง (ภาพกลาง) หลังเหยียดตรง ไหล่ไม่ห่อ และศีรษะไม่ก้มหรือยื่นไปทางด้านหน้า
3. ท่ายืดกล้ามเนื้อเพื่อลดการเกร็งตัว และเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ ในแต่ละท่ายืดค้าง 10 - 15 วินาที ทำซ้ำท่าละ 3 - 5 ครั้ง วันละ 2 - 3 รอบ หรือทุกๆ 2 - 3 ชั่วโมง

3.1 ท่าที่ยืดกล้ามเนื้อต้นคอด้านหลังและด้านหน้า 

3.2 ท่าที่ยืดกล้ามเนื้อต้นคอข้างและบ่า


3.3 ท่าที่ยืดกล้ามเนื้อต้นคอด้านข้างเยื้องไปทางด้านหลังและบ่า


3.4 ท่ายืดกล้ามเนื้อกลุ่มต่างๆ ขณะนั่งบนเก้าอี้

3.5 ท่าออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบต้นคอ โดยการออกแรงต้านตรงข้ามกับทิศทางการเคลื่อนไหว (ไม่มีการเคลื่อนไหวศีรษะ)

3.5.1 ท่าแรก พยายามเอียงศีรษะไปด้านขวา ต้านกับมือขวา นับค้าง 1 - 10 ทำซ้ำ 5 ครั้ง/รอบ 2 - 3 รอบ/วัน สลับข้าง


 

        3.5.2 ท่าที่ 2 พยายามเงยคอไปด้านหลัง ต้านกับมือ นับค้าง 1 - 10 ทำซ้ำ 5 ครั้ง/รอบ 2 - 3 รอบ/วัน จากนั้นสลับกับก้มคอ ต้านกับมือทั้งสองข้าง


วันเวลาทำการ
เปิดทุกวันทำการ วันจันทร์ - วันอาทิตย์ เวลา 08:00 - 20:00 น.
ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด ชั้น 6 โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล
ติดต่อสอบถาม
โทรศัพท์ : 02-109-9111 ต่อ 10627, 10628
Call Center 1745

 
Go to top
Copyright © 2019 Bangpakok Hospital All rights reserved.